<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/2.3.3" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>สัทธรรมไร้ขอบเขต</title>
	<link>http://blog.buddhayan.com/tanatos</link>
	<description>Just another Blog.buddhayan.com weblog</description>
	<pubDate>Sun, 02 Mar 2008 11:41:52 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.3.3</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>งานหูจิ่ง-โผ่วโต่ว (ทักษิณานุประทาน-เปรตพลี) หรือ งานเทศกาลอุลลัมพัน วัดโพธิ์แมนคุณาราม</title>
		<link>http://blog.buddhayan.com/tanatos/2008/03/01/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9/</link>
		<comments>http://blog.buddhayan.com/tanatos/2008/03/01/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 Mar 2008 04:23:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>seijithai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.buddhayan.com/tanatos/2008/03/01/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9/</guid>
		<description><![CDATA[ ในเดือนที่เจ็ด ตามปฏิทินจีน จะเป็นเทศกาลสารทจีน หรือเทศกาลอุลลัมพัน ซึ่งตามศาสนสถานต่างๆของชาวจีน จะจัดงานขึ้น แต่รูปแบบของการจัดงานของวัดมหายานจีนนิกายกลับแตกต่างออกไป ถึงอยากรวบรวมมาให้ดูกัน
ตำนานที่มาของเทศกาลอุลลัมพันตามคติมหายาน
จะประกอบไปด้วยตำนาน2ตำนาน
ตำนานแรก ตำนาน &#8220;เอี่ยมคาว&#8221;หรือ &#8220;เปรตพลี&#8221;
 ตามพระสูตรมหายานชื่อ&#8221;เปรตมุขอัศนีชวาล&#8221; ได้บรรยายไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระอานนท์เถระเจ้าซึ่งยังไม่ได้สำเร็จมรรคผล ได้เจริญวิปัสสนาอยู่ในที่สงัด พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร(กวนอิม)มีพระประสงค์จะอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับการพิธีเปรตพลี จึงแปลงกายเป็นอสุรกายรูปร่างสูงใหญ่ มีเปลวไฟพุ่งออกจากปาก เมื่อจะทานอาหารใดๆไฟนั้นก็เผาผลาญเสีย ได้รับเวทนาอย่างมาก อสุรกายตนนั้นได้บอกแก่พระอานนท์เถระว่า ตนชื่อ &#8220;อัศนีชวาลมุข&#8221;(แปลว่าผู้มีเปลวไฟพุ่งออกจากปาก) หรือ&#8221;เอี่ยมค่าว&#8221; มีความทรมานจากการอดยาก เพราะกระทำกรรมหนัก จ๊าบจวงพระรัตนตรัย ไม่รักษาศีล ขอพระเถระโปรดอุทิศส่วนกุศลให้ด้วย หากพระเถระไม่ช่วย จะต้องถึงแก่มรณะภาพใน3 วัน พระอานนท์ได้ฟังก็มีความหวาดกลัวตามวิสัยปุถุชน ถึงเข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบทูลถามถึงวิธีแก้ไข พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณจึงทรงอธิบายว่า นั้นเป็นร่างแปลงของพระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อให้พระองค์ทรงแสดงพระสูตรเกี่ยวกับการ กระทำเปตรพลีอุทิศ ซึ่งได้เป็นพิธีปฏิบัติมาจนปัจจุบัน
 ตำนานที่ 2 คือ พระมหาโมคคลานะเถระเจ้าผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีมารดาซึ่งมีมิจฉาทิฐิ ไม่เคารพในพระรัตนตรัย และไม่เชื่อในกฎแห่งกรรม ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เมื่อสิ้นใจ ได้ไปเสวยกรรมหนักในอบายภูมิ เป็นเปรตในอเวจี อดยากหิวโหย พระมหาเถระซึ่งเป็นพระอรหันต์ได้รับรู้ด้วยญาณว่ามารดารับกรรมอันหนัก ก็เกิดสงสาร จึงเข้าญาณสมาบัติ นำอาหารใส่บาตร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188882788.jpg" height="1" /> ในเดือนที่เจ็ด ตามปฏิทินจีน จะเป็นเทศกาลสารทจีน หรือเทศกาลอุลลัมพัน ซึ่งตามศาสนสถานต่างๆของชาวจีน จะจัดงานขึ้น แต่รูปแบบของการจัดงานของวัดมหายานจีนนิกายกลับแตกต่างออกไป ถึงอยากรวบรวมมาให้ดูกัน</p>
<p align="center"><strong>ตำนานที่มาของเทศกาลอุลลัมพันตามคติมหายาน</strong></p>
<p>จะประกอบไปด้วยตำนาน2ตำนาน</p>
<p>ตำนานแรก ตำนาน &#8220;เอี่ยมคาว&#8221;หรือ &#8220;เปรตพลี&#8221;</p>
<p> ตามพระสูตรมหายานชื่อ&#8221;เปรตมุขอัศนีชวาล&#8221; ได้บรรยายไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระอานนท์เถระเจ้าซึ่งยังไม่ได้สำเร็จมรรคผล ได้เจริญวิปัสสนาอยู่ในที่สงัด พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร(กวนอิม)มีพระประสงค์จะอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับการพิธีเปรตพลี จึงแปลงกายเป็นอสุรกายรูปร่างสูงใหญ่ มีเปลวไฟพุ่งออกจากปาก เมื่อจะทานอาหารใดๆไฟนั้นก็เผาผลาญเสีย ได้รับเวทนาอย่างมาก อสุรกายตนนั้นได้บอกแก่พระอานนท์เถระว่า ตนชื่อ &#8220;อัศนีชวาลมุข&#8221;(แปลว่าผู้มีเปลวไฟพุ่งออกจากปาก) หรือ&#8221;เอี่ยมค่าว&#8221; มีความทรมานจากการอดยาก เพราะกระทำกรรมหนัก จ๊าบจวงพระรัตนตรัย ไม่รักษาศีล ขอพระเถระโปรดอุทิศส่วนกุศลให้ด้วย หากพระเถระไม่ช่วย จะต้องถึงแก่มรณะภาพใน3 วัน พระอานนท์ได้ฟังก็มีความหวาดกลัวตามวิสัยปุถุชน ถึงเข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบทูลถามถึงวิธีแก้ไข พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณจึงทรงอธิบายว่า นั้นเป็นร่างแปลงของพระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อให้พระองค์ทรงแสดงพระสูตรเกี่ยวกับการ กระทำเปตรพลีอุทิศ ซึ่งได้เป็นพิธีปฏิบัติมาจนปัจจุบัน</p>
<p> ตำนานที่ 2 คือ พระมหาโมคคลานะเถระเจ้าผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีมารดาซึ่งมีมิจฉาทิฐิ ไม่เคารพในพระรัตนตรัย และไม่เชื่อในกฎแห่งกรรม ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เมื่อสิ้นใจ ได้ไปเสวยกรรมหนักในอบายภูมิ เป็นเปรตในอเวจี อดยากหิวโหย พระมหาเถระซึ่งเป็นพระอรหันต์ได้รับรู้ด้วยญาณว่ามารดารับกรรมอันหนัก ก็เกิดสงสาร จึงเข้าญาณสมาบัติ นำอาหารใส่บาตร ลงไปในนรก เพื่อโปรดมารดา เมื่อมาถึงเมืองนรกประตูนรกปิดอยู่ ท่านบังเกิดความสังเวชที่ไม่อาจช่วยมารดาได้จึงนำไม้เท้าธุดงค์กดลงไปที่พื้น ด้วยเดชแห่งความกตัญญูของพระเถระ ประตูนรกก็เปิดออกให้ท่านได้เข้าไปพบมารดา  เมื่อท่านพบมารดาได้มอบอาหารจากบาตรให้พอมารดารับอาหารในบาตรกลับกลายเป็นเปลวไฟ ไปหมดสิ้น มารดาท่านก้ไม่สามารถรับประทานได้ พระมหาเถระจนใจไม่ทราบว่าจะแก้ไข้อย่างไร จึงกลับมาทูลถามพระพุทธเจ้า  พระพุทธองค์จึงทรง ชี้แนะว่า มารดาพระมหาเถระได้กระทำกรรมอันหนัก แม้พระมหาเถระจะทรงฤทธิ์ ก็เหลือกำลังที่จะโปรดให้พ้นทุกข์ได้  ต้องอาศัย บารมีของสงฆ์คือคณะสงฆ์ ในวันมหาปวารณา(วันออกพรรษา)โดยการถวายสังฆทานต่อคณะสงฆ์ (สังฆทานอันไม่เจาะจงพระสงฆ์เป็นทานอันมีกุศลมาก)และคณะสงฆ์อาศัยผลานิสงค์ ของ การบำเพ็ญ ศีล สมาธิ ในช่วงเข้าพรรษา นั้นอุทิศแด่ มารดาของพระมหาเถระก็จะช่วยให้มารดาพระมหาเถระพ้นทุกข์ได้  </p>
<p> การเข้าพรรษาของคณะสงฆ์จีน จะเข้าตั้งแต่วัน 15 ค่ำเดือน 4 จนถึง 15 ค่ำ เดือน7 ตามปฏิทินจีน ฉะนั้น เทศกาลอุลลัมพัน จึง เป็นเทศกาล ในเดือน 7 และถูกแต่งเติมความเชื่อ ว่า เป็นเดือนผี เป็นเดือนที่ประตูนรกเปิด ทั้งที่เป็นเดือนที่ดีเป็นโอกาสให้พุทธศาสนิกชนสามารถ กระทำบุญอุทิศต่อผู้ล่วงลับโดยอาศัยบารมีจากอยู่จำพรรษาของพระสงฆ์ได้  </p>
<p> จากทั้ง 2ตำนาน เมื่อมาผนวกกัน จึงเป็นช่วงงานเทศกาล กระทำ ทักษิณานุประทาน  คือ การอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษ และ เปรตพลีโยคะ คือ การให้ทานแก่ ดวงวิญญาณในภูมิอบายทั้ง6</p>
<p>เมื่อรู้เรื่องที่มาของเทศกาลอุลลัมพันแล้ว เราเดินเข้าไปดูพิธีกันดีกว่า</p>
<p><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188880568.jpg" height="486" /></p>
<p align="center">ป้ายบอกว่ากำลังจัดงานอุลลัมพัน</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188880715.jpg" height="486" /><br />
ทางวัดจัดข้าวสารไว้จำหน่ายเพื่อให้สาธุชนนำไปไหว้และจากนั้นก็บริจาคต่อมูลนิธิสงเคราะห์คนพิการต่อไปเพื่อเป็น</p>
<p align="center"> <img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188880874.jpg" height="486" /></p>
<p align="center">ส่วนทางนี้เป็นที่ขายธูปเทียน ผลไม้  และกระดาษไหว้ สำหรับไหว้พระ และ บรรพบุรุษ กำไรถือว่าทำบุญถวายวัด</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188881031.jpg" height="486" /><br />
เครื่องกระดาษก็มีจัดจำหน่าย จริงๆมีเยอะกว่านี้ ในหอไตร มีทั้งบ้าน รถยนต์ ภูเขาทอง ฯลฯ</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188881234.jpg" height="486" /></p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188881320.jpg" height="486" /><br />
ป้ายบูชาวิญญาณบรรพบุรุษ บริเวณวิหารหน้า </p>
<p align="center"> <img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188881461.jpg" height="486" /></p>
<p align="center">หุ่นกระดาษไต้สื่อเอี้ย หรือหุ่นกระดาษรูปเปรตอัศนีชวาลมุข(เอี่ยมค่าว)ที่ยอดของหุ่นจะเป็นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมแสดงว่าเป็นร่างแปลง ที่ต้องตั้งหุ่น ขึ้นมาเพื่อ เจตนา2อย่าง คือ</p>
<p align="left">1. สาธุชนเมื่อเห็นหุ่นแล้วเซ่นไหว้ จิตจะเป็นสมาธิจดจ่อต่อเปรตเอี่ยมค่าว ผลานิสงค์ก็จะไปสู่เหล่าเปรตได้เต็มที่ เพราะจิตแน่วแน่</p>
<p>2. เมื่อสาธุชนเห็นหุ่นแล้วก็จะเกิดความสงสัย ว่าหุ่นอะไรก็จะสอบถามกับพระสงฆ์ พระสงฆ์ก็จะอธิบายถึงที่มาที่ไปของหุ่นรวมถึง เหตุผลของการทำพิธี ด้วย นับเป็นการเทศนาเกี่ยวกับ อัศนีชวาลเปตรมุขสูตรไปในตัว</p>
<p>ในรูปนั้น พระสงฆ์กำลังทำพิธีเบิกเนตร และอัญเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติมารับการอุทิศกุศล  สังเกต ป้ายที่อยู่หน้าหุ่นกระดาษ ป้ายใหญ่สุด จะระบุว่า เป็นดวงวิญญาณอุบาสกอุบาสิกา ในทั้ง 3ภพ  ถัดมา น่าจะเป็นป้ายบูรพาจารย์ ข้างซ้ายขวา เป็นอุบาสกชาย อุบาสิกาหญิง แยกกัน ล่างสุด เป็นป้ายของพระสงฆ์ที่มรณะภาพไปแล้ว โดยทางวัดจะตั้งป้ายให้ 3 ปี  และที่ข้างๆหุ่นด้ามมือที่ชี้ออก จะเห็นโคมกระดาษมี กระดาษสีเหลือง ห้อย จะเป็นรายชื่อ บรรพบุรุษที่ญาติได้แจ้งชื่อไว้ เพื่อนำเข้าประกอบพิธีกงเต็ก</p>
<p align="center"><img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188882344.jpg" height="1" /><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188882344.jpg" height="486" /><br />
ป้ายบูชาวิญญาณบริเวณห้องสมุด<br />
<img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188882484.jpg" height="486" /></p>
<p align="center">ป้ายบูชาวิญญาณบริเวณห้องเรียน(เก็งตึ้ง)</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188882615.jpg" height="486" /><br />
ป้ายบูชาวิญญาณบริเวณวิหารพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ในรูป มีซือเฮียกำลังสวดอุทิศให้ดวงวิญญาณ(กงเล่ง)</p>
<p align="center"> <img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188882788.jpg" height="486" /></p>
<p align="center">ป้ายบูชาวิญญาณบริเวณ วิหารบูรพาจารย์ ในรูปจะเห็นสรีระท่านอดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิแมน ท่านเจ้าคุณโพธิแจ้งมหาเถระ(ซือกง)</p>
<p align="left"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188883004.jpg" height="486" /><br />
ป้ายบูชาวิญญาณบรรพบุรุษต้องผู้เขียนซึ่งอยู่ในวิหารบูรพาจารย์ ย้อนขึ้นไป3รุ่น ทั้งสองตะกูลของบิดามารดา ที่เห็นคาดสีแดง เป็นการปกปิดข้อมูลข่าวสารตัวเลขของป้าย เพื่อป้องกันการแทงหวย (ฮ่า&#8230;&#8230;)</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188883232.jpg" height="486" /> </p>
<p>เหลือบไปเห็นป้ายบูชาป้ายหนึง น่ารักมาก เป็นป้ายที่ระบุว่า เป็นท่านพ่อตา ซึ่งโดยทั่วไปที่เห็นก็จะมี พ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ซึ่งดูปกติมาก พอเห็นป้ายนี้ แล้ว ผมยิ้มออกมาและคิดว่า ท่านนี้มีบุญที่ มีลูกเขยกตัญญูซึ่ง แสดงออกว่า ลูกสาวของท่านก็คงได้รับความรักจากลูกเขยเช่นกันไม่งันลูกเขยคงไม่ขอตั้งป้ายให้ท่านแน่ๆ(ขอปกปิดเลขที่ป้าย และชื่อของผู้ล่วงลับน่ะครับ เพราะผมไม่เจอท่านลูกเขยเลยไม่ทันได้ขออนุญาต แต่อยากยกย่องท่านเหลือเกิน)</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188883716.jpg" height="486" /><br />
พระสงฆ์สวดอุทิศให้ ดวงวิญญาณทั้งหลาย บริเวณแท่นพิธีบูชาไต้สื่อเอี้ย(ซึ่งจะเป็นตัวแทนของวิญญาณบรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ</p>
<p align="center"><img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188883898.jpg" height="1" /><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188883898.jpg" height="486" /><br />
ข้าวสารที่สาธุชนนำมาไหว้ จะนำต่อไปบริจาคให้มูลนิธิสงเคราะห์คนพิการต่อไป</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188884235.jpg" height="486" /> </p>
<p align="center">พระสงฆ์สวดขมากรรมพระพุทธเจ้าพันพระองค์ในพระอุโบสถ ขณะเดียวกันพระสงฆ์อีกคณะจะสวดอุทิศบริเวณแท่นไต้สื่อเอี้ย</p>
<p align="center"> <img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188884374.jpg" height="1" /><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188884374.jpg" height="486" /></p>
<p align="center">สาธุชนร่วมสวดขมากรรมพระพุทธเจ้าพันพระองค์ด้วยเพื่ออุทิศให้ดวงวิญญาณ</p>
<p align="center"> <img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188884488.jpg" height="486" /></p>
<p align="center">โฉมหน้ายมทูตในนรก!!! น่ากลัวไหมครับ(แอบเห็นมีหน้าอุลตร้าแมนกับมดเอ็กซ์ด้วยล่ะ)</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188884651.jpg" height="486" /></p>
<p>เจ้าหน้าที่วัดกำลังจัดเตรียมจำลองเมืองนรก ที่เห็นแผ่นกระเบืองจะสมมติเป็นประตูนรก และไข่ที่มีหน้ามีตานั้นเป็นเหล่ายมทูตทั้งหลาย ประตูที่เห็นเป็นประตูนรกทางทิศเหนือ</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188884856.jpg" height="486" /><br />
หุ่นกระดาษสีแดงหน้าเขียวนั้น เข้าใจว่าจะเป็นท่านยมบาล</p>
<p align="center"> <img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188885006.jpg" height="486" /></p>
<p>ที่วงกลมไว้นั้นคือ มาลาวัชระสำหรับพระสงฆ์ใส่ และคฑาวัชระ ใช้สำรับประกอบพิธีกรรม เปิดประตูนรก(จำลองเหตุการณืในพระสูตรตำนานพระมหาโมคคลานะเถระลงไปโปรดมารดา)</p>
<p align="center"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188885266.jpg" height="486" /><br />
พระสงฆ์เริ่มประกอบพิธี โดยพระสงฆ์ผู้เป็นประธานจะสวมจีวรสีแดง</p>
<p align="left"><img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188885371.jpg" height="1" /><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188885371.jpg" height="486" /><br />
ประตูนรกทางทิศตะวันออก ในเมืองนรกจะมีป้ายวิญญาณตั้งอยู่สมมติให้ดวงวิญญาณเสวยกรรมอยู่ในอบายภูมิ โดย จะมีประตูนรกใหญ่ 4ประตู และมีกระเบืองสมมติเป็นประตูนรกอีก 18 แผ่นแทนนรก18 ขุม</p>
<p align="left"><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188885739.jpg" height="486" /><br />
น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถทะลวงเข้าไปถ่ายใกล้ๆได้+แสงไม่มี ภาพนี้พระสงฆ์กำลังประกอบพิธีเปิดประตูนรก โดยการสวดสรรเสริญ พระรัตนตรัย มีความหมายเป็นหลักธรรมว่า  สรรพสัตว์จะพ้นจากอบายภูมิได้ ด้วยการเข้าถึงพระรัตนตรัย บำเพ็ญศีล และบำเพ็ญตามพระธรรมของพระพุทธเจ้า (นัยยะเป็นการสอนบุคคลที่มาร่วมงานกงเต็กนั้นล่ะ)</p>
<p><img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188886075.jpg" height="1" /><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188886075.jpg" height="486" /></p>
<p><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188886200.jpg" height="486" /><br />
พระสงฆ์ประกอบพิธีชำระดวงวิญญาณ โดยมีหลักธรรมว่า การสำรวจในกาย วาจา ใจ เป็นการละเว้นอกุศลกรรมบททั้ง10 เมื่ละเว้นได้แล้ว จิตใจย่อมผ่องแผ่วผ่องใส บริสุทธิ์ ไม่มั่วหมอง(นัยยะสอนคนเป็นเช่นกัน)</p>
<p><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188886425.jpg" height="486" /><br />
พระสงฆ์ประกอบพิธีเพื่อเริ่มพิธีเดินข้ามสะพานโอฆสงสาร</p>
<p><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188886575.jpg" height="486" /><br />
ผู้เขียนฝีมืออ่อนหัด เมื่อจะถ่ายรูปช่วงนี้ ควันธูปที่สาธุชนจุดมาเยอะมาก และผู้เขียนไม่ได้ตั้งโฟกัสเป็นแม่นวล ดันทุรังใช้แต่ระบบอีโต้ เพราะไม่รู้ ภาพจึงออกมาเละๆแบบนี้อ่ะครับ    ในภาพพระสงฆ์เจริญเมตตากรณียสูตร ทำพิธีเบิกสะพานโอฆสงสาร</p>
<p><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188890323.jpg" height="486" /><br />
สาธุชนรอทำพิธีข้ามสะพาน (ไม่ใช่รูปวิญญาณแต่เป็นเพราะควันธูปเยอะ แต่ดูขลังดีเนอะ)</p>
<p><img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188890468.jpg" height="1" /><img border="0" width="1296" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188890468.jpg" height="972" /><br />
พระสงฆ์นำข้ามสะพานโอฆสงสาร ซึ่งเป็นหลักธรรมว่า สรรพสัตว์ย่อมเวียนว่ายในโอฆวัฏฏะ</p>
<p> <img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188890605.jpg" height="486" /></p>
<p>ทิ้งเงินก่อนขึ้นสะพาน เป็นหลักธรรมว่า เมื่อเราไปเกิด เราไปแต่ตัวทรัพย์สมบัติย่อมทิ้งไว้  และเป็นหลักธรรมปริศนาอีกขอว่าเมื่อเวียนว่ายเราใช้ผลบุญของเราไปตลอดถ้าเราไม่สะสมเพิ่มย่อมหมดไป</p>
<p> <img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188890770.jpg" height="486" /></p>
<p>อยู่บนสะพานเปรียบเสมื่อนเรากำลังเสวยกรรมอยู่ในภพภูมิทั้งหก อันได้แก่ เทวดา มนุษย์ เดรัจฉาน นรก เปรต และ อสูรกาย</p>
<p><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188890919.jpg" height="486" /><br />
ทิ้งเงินตอนลงสะพาน  เป็นหลักธรรมว่า เมื่อเราสิ้นลมจากภพชาตินั้น เราไปแต่ตัว ทรัพย์สมบัติเราต้องทิ้งไว้</p>
<p><img border="0" width="648" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188891075.jpg" height="486" /><br />
การข้ามสะพาน จะกระทำข้ามไป 3รอบ เป็นหลักธรรมแทนการเวียนว่ายตายเกิด หลายภพหลายชาติ โดยที่ยังไม่อาจพบพระสัทธรรมเพื่อปฏิบัติตนให้หลุดพ้น</p>
<p><img border="0" width="461" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188892090.jpg" height="346" /><br />
ข้ามสะพานกลับ 3รอบ เปรียบได้กลับเมื่อได้พบพระสัทธรรม และได้เวียนว่ายตายเกิดเพื่อบำเพ็ญบารมีแสวงหาทางหลุดพ้น(ตามหลักโพธิสัตว์ของคติมหายาน) สมกลับคำกล่าวว่า &#8220;ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต หวนคืนถึงขอบฝั่ง&#8221;ซึ่งพระสงฆ์จะจะสวดสรรเสริญพระโพธิสัตว์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการบำเพ็ญบารมีต่างๆ เช่นพระอวโลกิตศวร แทน เมตตาบารมี พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์แทน อธิษฐานบารมีหรือมหาปณิธาน ตอนนี้ ผมได้เปลี่ยนเอา handdy camมาถ่ายภาพนิ่งแทน ภาพอาจออกมาไม่สวย</p>
<p><img border="0" width="1" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188892266.jpg" height="1" /><img border="0" width="461" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188892266.jpg" height="346" /><br />
เมื่อเวียนขึ้นสะพานกลับครบ3รอบ พระสงฆ์จะไม่นำขึ้นสะพานแต่จะเดินขึ้นไปหน้าปะรำพิธีพระพุทธ(ในที่นี้ใช้พระอุโบสถแทนปะรำพระพุทธ) ซึ่งเป็นหลักธรรมแทนการหลุดพ้นจากวัฏฏจักรการเวียนว่าย โดยพระสงฆ์ได้สวดสรรเสริญแดนสุขาวดี เป็นสัญลักษณ์ของการหลุดพ้นตามหลักมหายาน</p>
<p>จากนั้นพระสงฆ์จะขึ้นไปสวดขมากรรมบนพระอุโบสถ และข้ามสะพานกลับมาอีก1รอบ ซึ่งแทนความหมายว่า พวกเรายังไม่พ้นทุกข์ต้องกลับมาบำเพ็ญกันต่อ</p>
<p>พอจบจากการข้ามสะพานก็จะเป็นพิธี โปรยดอกไม้ เพื่อบูชา พระพุทธและ พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย</p>
<p><img border="0" width="461" src="http://www.bloggang.com/data/tanatos/picture/1188892850.jpg" height="346" /></p>
<p>พิธีโปรยดอกไม้เพื่อบูชาพระรัตนตรัยและพระโพธิสัตว์ ในมลฑลพิธี พระสงฆ์ผู้เป็นประธานคือท่านเจ้าคุณเย็นเซียว รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกายแห่งประเทศไทยและ ท่านเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล้งเน่ยยี่)</p>
<p>เสร็จพิธีโปรยดอกไม้ วันสุดท้ายจะเป็นพิธีตันตระโยคะอุทิศ ซึ่งเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ สรรพสัตว์ในภูมิทั้ง6</p>
<p>ซึ่งผมไม่มีรูปมาฝากจึงขอติดไว้ เมื่อมีพิธีนี้อีกเมื่อไรจะขอนำส่วนนี้มากฝาก เพราะ พิธีตันตะโยคะ นี้ มีจัดบ่อย กว่าส่วนพิธีกงเต็ก และผมอยากให้รับทราบถึง สาระหลักธรรมของพิธีกงเต็กมากกว่า แค่พิธีกรรมตามความเชื่อ จึงของทำเวปบล็อกนี้ เพื่อสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย</p>
<p>สุดท้ายขอขอบพระคุณ คุณครูบาอาจารย์ทั้งหลายมีพระมหาปัญญาพระมัชชุศรีโพธิสัตว์ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เย็นเต็กเป็นต้น คณะสงฆ์วัดโพธิ์แมนคุณาราม เจ้าหน้าที่วัด ทุกท่านด้วย</p>
<p>หากเวปบล็อกนี้ มีส่วนเป็นกุศล ขอถวายบูชาแด่พระรัตนตรัย ปวงพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย และอุทิศให้แก่ สรรพสัตว์ซึ่งยังเวียนว่ายในสงสารวัฎ ด้วยเทิด</p>
<p>และหากเวปบล็อกนี้มีขอผิดพลาดประการใดขอโปรดอนุเคราะห์ชี้แจงแถลงไขด้วยผมจะได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สมบูรณ์ขึ้น</p>
<p align="center"><strong>南无大愿地藏王菩萨</strong></p>
<p align="right">聖耀(เสี่ยเอี่ยว)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.buddhayan.com/tanatos/2008/03/01/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
