วัชรยาน
วัชรยาน เป็นชื่อหนึ่งของลัทธิ พุทธตันตระ ซึ่งถือว่ามีหลักปรัชญาสูงเหนือธรรมชาติ มีความแข็งเหมือนเพชร ใสเหมือนอากาศ ไม่มีใครต้านได้เหมือนสายฟ้า จึงเรียกปรัชญานั้นว่า วัชระ และเรียกลัทธิว่า วัชรยาน
พระพุทธศาสนาฝ่ายวัชรยานในเมืองไทย เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยของพระมหาคณาจารย์วัชรยาน
วัชรยาน เป็นชื่อหนึ่งของลัทธิ พุทธตันตระ ซึ่งถือว่ามีหลักปรัชญาสูงเหนือธรรมชาติ มีความแข็งเหมือนเพชร ใสเหมือนอากาศ ไม่มีใครต้านได้เหมือนสายฟ้า จึงเรียกปรัชญานั้นว่า วัชระ และเรียกลัทธิว่า วัชรยาน
พระพุทธศาสนา ฝ่ายวัชรยานในเมืองไทย เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยของพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้งมหาเถระ) (ทริมซินกุนดั๊ก รินโปเช่) อดีตเจ้าคณะใหญ่จีนนิกายรูป ที่ 6 วัดโพธิ์แมนคุณาราม ท่านได้ธุดงค์วัตรไปถึงแคว้นคาม ทิเบตตะวันออกและเข้าศึกษามนตรยาน ณ ยิงมาคากิว (Nyingma Kagyu) ณ สำนักสังฆราชา ริโวเช่ แคว้นคาม ทิเบตตะวันออก กับพระสังฆราชา วัชระนะนาฮู้ทู้เคียกทู้ (นอร่ารินโปเช่) ซึ่งเป็นพระมหาเถระที่มีชื่อเสียงมากของทิเบตจนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จนได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งพระวัชระจารย์ลำดับที่ 26 และต่อมาท่านได้รับเกียรติสูงสุดในการดำรงตำแหน่งพระสังฆนายก นิกายมน ตรายาน องค์ที่ 18 แห่งทิเบต ในการครั้งนั้น ท่านสังฆราชา นะนา ได้มอบ อัฐบริขาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตำแหน่งสังฆราชา ให้ท่านเจ้าคุณอาจารย์อย่างครบถ้วน ทั้งได้มอบพระธรรมคัมภีร์ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดของนิกายเพื่อ ให้ท่านเจ้าคุณ อาจารย์นำกลับมาประดิษฐานในประเทศไทยด้วย ท่านสังฆราชาได้ทำนายว่า ทิเบตต้องแตก พระธรรมคัมภีร์อันมีค่ามหาศาลจะถูกทำลายหมด เป็นที่ยืนยันแล้วว่า พระธรรมคัมภีร์ฉบับที่อยู่ กับท่านเจ้าคุณอาจารย์เป็นฉบับสมบูรณ์ที่สุด ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ปฐมาจารย์ในนิกายแดงมีพระนามดังนี้
1 พระพุทธสมัตรภัทร(อาทิพุทธ)
2 พระพุทธไวโรจนะ
3 พระพุทธอักโษภยะ
4 พระพุทธรัตนสัมภาวะ
5 พระพุทธอมิตาภะ
6 พระพุทธอโมฆสิทธิ
7 ทรักเตน ชกจง
8 เนอดชิน การ์ตาตง
9 โลเตรอ ทับเตน
10 ลูเจ จกโป (นาคราช)
11 ทริเม ทรักปา
12 เจียลโปจา (วิมาลากีรติ กษัตริย์จา)
13 ลาวังจาชิน (เทพอินทรา พระ อินทร์)
14 ชาเกีย ทุปปะ (พระศากยมุนีพุทธ เจ้า)
15 การ์รับ ดอร์เจ
16 ศรีสิงหะ
17 เชนเรซี (พระอวโลติเกศวร โพธิสัตว์)
18 จัมเปยัง (มัญชุศรีโพธิสัตว์)
19 วัชรปาณิโพธิสัตว์
20 พุทธกูฮยา
21 มัญชุศรีมิตร
22 โรลัง เตวา
23 นาครชุน
24 ฮุมเชน การา
25 มิจูร์ นัมคา
26 ดานา สัมกิตา
27 กูฮยา จัลปะ
28 โตบเตน นักโป
29 ชินตำ คับฮยา
30 จัลวาลี
31 วิมาลามิตร
32 คุรุปัทมสมภพ
33 โพธิสัตต์โต(ศานตรักษิต)
34 นัมคา ญิงโป
35 กษัตริย์ทริซง เตเซน
36 ฑากินียิซี โซเจียล
37 ดอร์เจ ตูจม
38 มุทริ เซนโป
39 ซังโป ทรักปะ
40 รินซิน เชมโป
41 เทอนเยอ เจียลเซน
42 โซนัม ชกซัง
43 ทังตง เจียลโป
44 กุนกา ญิมา
45 ตายาเกรู
46 ตายาเบนจา
47 ศากยศรี
48 โพธิสิทธา
49 ตราชี เจียมโซ
50 เตอมปา เซงเก
51 เชอญี เจียมโซ
52 เตอมปา เจียลเซน
53 กุนซัง เชรับ
54 เปมา ลุนดรุบ เจียมโซ
55 เปมา นอร์บุ
56 จัมยังเชนเซ
57 วิทยธารา
58 ทินเล เจียมโซ(มหาวัชราจารย์ ชีวินพุทธะนอราริมโปเช)
59 ทริมซิน กุนทรัก(พระมหา คณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ โพธิ์แจ้ง)
ประวัติท่านพระกุมารชีพ.
ประวัติท่านพระกุมารชีพ.
คำว่า กุมารชีพ นั้นบางที่เขียนว่า กุมารชีวะ บ้างพึงทราบว่ามีหมายหมายดุจเดียวกัน ภาษาจีนคือ Jiumoluoshi (จิวหมอหลอสือ) ท่านอยู่ในช่วงราวๆพ.ศ.๘๘๗-๙๕๖ (ค.ศ.๓๔๔-๔๑๓) แต่บางท่านก็เชื่อว่าราวๆ ค.ศ.๓๕๐-๔๐๙ท่านเป็นพระภิกษุชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านการแปลคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาสู่ภาษาจีน โยมบิดาท่านชื่อ กุมารายานะ ผู้มาจากตระกูลขุนนางในอินเดีย โยมบิดาของท่านได้เดินทางไปยังแคว้นกุฉะ (แคว้นหนึ่งในเอเชียกลาง) ตั้งอยู่ระหว่างอินเดียและประเทศจีนได้เสกสมรสกับพระกนิษฐาของเจ้าผู้ครองแคว้นกุฉะนั้น ช่วงที่ท่านเกิดพระพุทธศาสนากำลังรุ่งเรืองอยู่ในแคว้นนั้น ท่านออกบวชเป็นสามเณรเมื่อตอนอายุ ๗ ปีตามที่มารดาของท่านที่บวชเป็นพระภิกษุณี หลังจากนั้นท่านก็ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาหลายหลายนิกายทั้งเถรวาทและมหายาน ท่านได้เดินท่านจากชมพูทวีป สู่ประเทศจีน ตรงกับปีที่สามในรัชสมัยพระจักรพรรดิ โหงจื้อแห่งราชวงศ์เหยาเฉินประมาณพ.ศ.๘๖๐-๙๖๒ท่านมรณภาพที่ประเทศจีน เมืองเชียงอานประมาณพ.ศ.๙๕๖ (ค.ศ.๔๑๓) บางก็ว่าค.ศ.๔๐๙ (สิริรวมอายุได้ประมาณ ๗๔ ปี) ระหว่างนั้นท่านอยู่ในประเทศจีนถึง ๑๐-๑๑ ปี ท่านได้เป็นทั้งผู้อำนวยการของนักปราชญ์หลายร้อยท่านให้แปลคัมภีร์พระพุทธศาสนากว่า ๓๐๐ งานที่สู่พากย์ภาษาจีน เป็นรัฐคุรุ สร้างความเจริญมั่นคงแก่พระพุทธศาสนาในประเทศจีนเป็นอย่างมาก มีศิษย์คนสำคัญ ๔ ท่านคือเต้าเซินฝ่าซือ,เต้าโย่งฝ่าซือ,เซิงเจ้าฝ่าซือ,เซิงยุ้ยฝ่าซือ ท่านเหล่านี้ได้ชื่อว่าเป็นสี่พระอริยะแห่งสำนักกุมารชีพ มีเรื่องเล่าเพิ่มเติมว่า กษัตริย์โหงจื้อแห่งราชวงศ์เหยาเฉินทรงเลื่อมใสบุคลิกภาพและความสามารถของท่านกุมารชีพมาก ทรงมีพระประสงค์ให้ท่านมีบุตรไว้สืบสกุล จึงทรงบังคับให้แต่งงาน เมื่อคราวใกล้จะมรณภาพ บนเตียงนอนนั้นท่านได้บอก ผมถูกบังคับให้เสียศีลด้วยการมีภรรยา(แต่ท่านไม่เต็มใจ) แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่สิ่งที่ผมเอ่ยออกมาเป็นคำพูดนั้น ไม่เคยขัดเจตนารมณ์ของพระพุทธเจ้าเลย หากผมเป็นอย่างที่ผมพูด เวลาเผาศพผม เมื่อส่วนอื่นไหม้หมดแต่ลิ้นจะไม่ไหม้ บันทึกกล่าว่าเมื่อเผาศพแล้วลิ้นของท่านก็ไม่ไหม้จริงและยังเปล่งรัศมีสดใสออกมาอีกด้วยงานที่สำคัญ ของท่านมีดังนี้เป็นต้น
๑.วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร(แปลไทยแล้ว)
๒.อมิตาภสูตร(จุลสุขาวดี) (แปลไทยแล้ว)
๓.มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์
๔.มูลมาธยมิกศาสตร์
๕.สัตยสิทธิศาสตร์
๖.ศรีสัทธรรมปุณฑริกสูตร
๗.ศตศาสตร์(แปลไทยแล้ว)
๘.ทวาทศนิกายศาสตร์
๙.พรหมชาลสูตร
๑๐.ทศภูมิกสูตร
๑๑.ทศภูมิวิภาษาศาสตร์
๑๒. วิมลเกีรตินิเทศสูตร(แปลไทยแล้ว)
และมีผลงานที่เป็นบันทึกการโต้ตอบปัญหาธรรมะต่างๆที่สำคัญยิ่งกับท่านหุ้ยหย่วนสมัยตงจิ้น(ถาม) ท่านกุมารชีพตอบ ชื่อว่า จิวหมอหลอซือฝ่าซือต้าอี้ (ความจริงที่สำคัญยิ่งโดยพระธรรมาจารย์กุมารชีพ) อีกทั้งยังมีงานแต่งหนังสือหรือร่วมกับผู้อื่นอีกหลายเล่ม.
สามเณรศุภโชค ตีรถะ
วัดท่ามะโอ อ.เมือง จ.ลำปาง เรียบเรียง
พัดยศจีนนิกายและอานัมนิกาย
พัดยศสมณศักดิ์เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย และผู้ช่วยที่หลวงจีนวินยานุกร
พระคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ วิเทศธรรมประสิทธิ ฯ เป็นพัดแฉก งาล้วน ใบพัดแกะเป็นลายธรรมจักร ใจกลางแกะเป็นลายราหูใหญ่ สลับด้วยโลหะสีทอง
พระคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ สาธุชนธรรมประสิทธิ ฯ เป็นพัดแฉก เปลวเพลิง ทำด้วยงาล้วน ประดับพลอย
พระอาจารย์จีนธรรมคณาธิการ ฯ เป็นพัดแฉก งาล้วน ด้ามงา
หลวงจีน ฯ เป็นพัดงา สลักลายโปร่ง เหมือนพัดด้ามจิ้ว เป็นซี่เรียงกันเป็นวงกลม กลางคาบตับรูปกลม ยอด และด้ามเป็นงา
พัดยศสมณศักดิ์บรรพชิตจีนนิกาย
ปลัดขวา หลวงจีนคณาณัติจีนพรต ปลัดซ้าย หลวงจีนธรรมรสจีนศาสน์ เป็นพัดพุดตาน กลีบเยียระบับแดง ปักเส้นดิ้นทอง ตามขอบมีริ้วคั่น กลางขาว ด้ามงา
รองปลัดขวา หลวงจีนธรรมนาคจีนประพันธ์ รองปลัดซ้าย หลวงจีนธรรมนันท์จีนประพันธ์ เป็นพัดเหลี่ยมมุมมน พื้นเข้มขาบ ขอบขลิบ ริ้วสองชั้น ปักเส้นดินทอง ด้ามงา
ผู้ช่วยปลัดขวาหลวงจีนธรรมรัตจีนประจักษ์ ผู้ช่วยปลัดซ้าย หลวงจีนธรรมรักษ์จีนประจิต เป็นพัดเหลี่ยมมุนมน พื้นสลับสี ด้ามงา
พัดยศสมณศักดิ์คณานุกรมเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย
|
|
มีอยู่ ๖ ตำแหน่งด้วยกัน คือ หลวงจีนธรรมธร หลวงจีนวินัยธร หลวงจีนปลัด หลวงจีนสังฆรักษ์ หลวงจีนสมุห์ และหลวงจีนใบฎีกา
พัดยศของหลวงจีน ๓ รูปแรก เป็นพัดใบพุดตาน หลวงจีนรูปที่ ๔ เป็นพัดหน้านาง หลวงจีนรูปที่ ๕ และ ๖ เป็นพัดเหลี่ยมมุนมน
|
พัดยศสมณศักดิ์คณานุกรมรองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย
|
|
หลวงจีนปลัด เป็นพัดใบพุดตาน
หลวงจีนสมุห์ และหลวงจีนใบฎีกา เป็นพัดเหลี่ยมมุมมน |
พัดยศสมณศักดิ์อานัมนิกาย
|
|
เจ้าคณะใหญ่กิตติมศักดิ์ พระครูคณานัมสมณาจารย์
เจ้าคณะใหญ่ พระครูสมณานัมวุทฒาจารย์
เป็นพัดรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ พื้นเยียระบับแดงสลับเหลือง และม่วง ปักเส้นดิ้นทองด้ามและยอดเป็นงา
รองเจ้าคณะใหญ่ พระครูบริหารอนัมพรต
เป็นพัดรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ พื้นเยียระบับแดง สลับเขียวและม่วง ปักเส้นดิ้นทองด้ามและยอดเป็นงา
|
พัดยศสมณศักดิ์ บรรพชิตอานัมนิกาย
ปลัดขวา องสรภาณมธุรสและปลัดซ้าย องสุตบทบวร เป็นพัดพุดตาน กลีบเยียระบับแดงปักเส้นดิ้นทอง ตามขอบมีเส้นริ้วคั่นกลางขาว ด้ามและยอดเป็นงา
รองปลัดขวา อรสรพจนสุนทรและรองปลัดซ้าย องพจนกรโกศล เป็นพัดหน้านางพื้นอัตลัดสลับสี ปักเส้นดิ้นทอง ด้ามและยอดเป็นงา รองปลัดขวา วงในน้ำเงินวงนอกแดง รองปลัดซ้าย วงในแดงขอบนอกน้ำเงิน
ผู้ช่วย องอนนตสรภัญ เป็นพัดหน้านาง พื้นอัตลัดสลับสี วงในเขียวขอบนอกน้ำเงินแสด ปักเส้นดิ้นทอง ด้ามและยอดเป็นงา
แหล่งที่มา http://www.heritage.thaigov.net/religion/pudyot/index7.htm